วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ดูแลสุนัข

ดูแลสุนัขชราอย่างไรให้มีความสุข


เราจะนับสุนัขที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปว่าเป็นสุนัขที่เข้าสู่วัยชรา การดูแลเอาใจใส่สุนัขในวัยนี้จึงจำเป็นต้องมีรายละเอียดมากกว่าสุนัขที่มีอายุน้อย ข้อสังเกตว่าสุนัขเริ่มเข้าสู่วัยชรา คือจะเริ่มพบว่าขนบริเวณใบหน้าหรือรอบปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเทา บางตัวจะเริ่มลุกขึ้นยืน เดิน หรือเปลี่ยนอิริยบทท่าต่างๆ ได้ช้าลง ในบางรายหูจะเริ่มไม่ค่อยดี ตาก็อาจจะเริ่มมองไม่ค่อยเห็น หรือพบว่าปัญหาเลนส์ตาเสื่อม กล้ามเนื้อตามขาหน้าและขาหลังหรือตามตัวที่ตำแหน่งอื่นๆ เริ่มลีบเล็กลง อั้นปัสสาวะหรืออุจจจาระไม่ค่อยได้ อาจมีการปัสสาวะระหว่างช่วงกลางคืน เนื่องจากไม่สามารถอั้นไว้จนถึงเช้าได้

นอกจากนั้น ฟันและเหงือกก็อาจเริ่มมีการอักเสบ มีหินปูน ฟันผุ กินอาหารได้ช้าลงหรือลำบาก บางตัวอาจเริ่มพบก้อนเนื้องอกตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เริ่มพบการเสื่อมของอวัยวะภายใน เช่น เกิดภาวะไตวาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจำเป็นต้องอาศัยการดูแลที่ต่างกันไปดังนี้ค่ะ


การมองเห็นที่ไม่ชัดเจนเหมือนเดิม เนื่องจากเลนส์ตาเสื่อมสภาพตามอายุขัย ทำให้สุนัขอาจเริ่มเดินชน หรือมองไม่ชัดในเวลากลางคืน เจ้าของต้องเริ่มหมั่นสังเกตสุนัข ในบางรายจะแสดงอาการลังเลที่จะขึ้นบันได หรือกระโดดข้ามพื้นที่ต่างระดับ หากเป็นเช่นนี้ต้องนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจการมองเห็น และเมื่อพบว่าสุนัขมีอาการเช่นนี้ ให้พยายามหลีกเลี่ยงไม่ปล่อยให้สุนัขขึ้นบันไดเอง พยายามวางสิ่งของ โต๊ะ หรือเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นที่เป็นทาง อย่าเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือเปลี่ยนสถานที่บ่อยๆ สุนัขที่มองไม่เห็นหรือเห็นไม่ชัด จะใช้วิธีการจดจำว่าสิ่งของต่างๆ ในบ้านตั้งวางอยู่ตรงไหนบ้าง การวางของให้เป็นที่ก็เป็นการช่วยเหลือสุนัขในการดำเนินชีวิตให้ง่ายขึ้นค่ะ


หากสุนัขลุกเดินลำบากในพื้นที่ลื่น เจ้าของอาจต้องช่วยปูพื้นในบริเวณที่สุนัขอยู่ประจำ โดยใช้วัสดุที่มีความหยาบและด้าน เพื่อปูรองกันลื่นให้สุนัข ส่วนในรายที่มีปัญหาของข้อเสื่อม อาจจำเป็นต้องใช้วิตามินหรือยาที่มีสารช่วยหล่อลื่นภายในข้อต่อและลดความเจ็บปวด เพื่อให้สุนัขสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ 


ต่อมาในรายที่เรียกไม่ค่อยได้ยิน อาจต้องใช้การเรียกด้วยเสียงที่ดังขึ้น และใช้ประโยคที่สั้นลงเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ร่วมกับการใช้ภาษามือเข้าไปพร้อมกัน เพื่อให้สุนัขเรียนรู้การใช้ภาษามือไปพร้อมกับการใช้คำสั่งเสียง นอกจากนี้ พยายามแยกพื้นที่เลี้ยงสุนัขออกจากบริเวณที่มีรถเข้าออก เนื่องจากมีสุนัขวัยชราหลายตัวที่ประสบอุบัติเหตุจากเจ้าของเป็นผู้ถอยรถทับ เพราะสุนัขไม่ได้ยินเสียงรถที่ขับเข้ามา หรือการลุกและขยับตัวทำได้ช้าลงค่ะ



สุนัขชราจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน ทำให้ไม่ค่อยมีกิจกรรมใดๆ ระหว่างวัน ทำให้อ้วนง่ายขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดภาวะเสี่ยงอื่นๆ ตามมา เช่น เบาหวาน ข้อเสื่อม หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ ดังนั้นการดูแลเรื่องอาหารก็มีส่วนสำคัญ เจ้าของสุนัขจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสูตรอาหารไปตามวัย เพื่อช่วยลดปริมาณสารอาหารที่เกินความต้องการ รวมถึงปริมาณโปรตีน แร่ธาตุบางอย่าง และเกลือก็ควรจะลดลง เพื่อช่วยลดการทำงานของไตซึ่งทำหน้าที่กรองส่วนเกินความต้องการออกไปจากร่างกาย เพื่อลดอัตราเสี่ยงในการเกิดภาวะไตวาย


ข้อแนะนำคือเจ้าของควรพาสุนัขที่เข้าสู่วัยชราไปตรวจสุขภาพปีละ 1-2 ครั้ง และให้สังเกตว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น กินน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย กินอาหารลดลง อาเจียนบ่อยครั้ง เหล่านี้เป็นอาการเริ่มต้นของภาวะไตวาย ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ค่ะ ส่วนการตรวจเช็คฟันก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กันไปด้วย โดยอาจจำเป็นต้องขูดหินปูนหรือถอนฟัน


สุนัขชราอาจมีปัญหาทางด้านอารมณ์ เช่น หงุดหงิดง่าย มีความอดทนต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวได้ลดลง บางตัวรำคาญเด็ก เจ้าของต้องพยายามสังเกตพฤติกรรมและป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกับเด็ก ส่วนสุนัขบางตัวก็มีอาการหลงๆ ลืมๆ เช่น เห่าเรียกกินอาหารเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่ได้กิน แก้ไขได้ด้วยการแบ่งอาหารเป็นหลายๆ มื้อ แต่มื้อละน้อยๆ อาจแบ่งเป็น 3 มื้อ ต่อวัน โดยระหว่างวันอาจเป็นอาหารเบาๆ หรือให้ในปริมาณน้อย หรืออาจจะให้นมก็ได้ 


การเพิ่มความถี่แบบนี้สามารถนำมาใช้กับการพาสุนัขออกไปเดินทำธุระด้วยเช่นกัน โดยพาเดินให้บ่อยขึ้นแต่ระยะเวลาที่ออกไปในแต่ละครั้งให้น้อยลง และไม่ควรหยุดทำกิจกรรม เพราะจะยิ่งทำให้สุนัขอ้วนง่ายขึ้น อาจมีวัสดุปูรองให้สุนัขรับรู้ ว่าใช้สำหรับการทำธุระในบ้านช่วงกลางคืนแทนเมื่อเจ้าของไม่ได้พาออกไป สุดท้ายคือเรื่องของเนื้องอก หากพบว่าสุนัขเริ่มมีก้อนเนื้อผิดปกติขึ้นตามตัว ให้รีบพาไปปรึกษาสัตวแพทย์ อย่ารอจนกระทั่งก้อนเนื้อใหญ่มากและแตกออก ซึ่งกรณีนี้จะยากต่อการรักษาและผ่าตัดออกค่ะ

แมว

อุปนิสัยของแมวที่คุณควรรู้•
                1.  ทำไมแมวชอบร้องเหมียวๆ แมวจะทำเสียงนี้ เมื่อรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เค้าเริ่มรู้จักที่จะสร้างเสียงแบบนี้ ตั้งแต่เป็นลูกแมว ซึ่งจะส่งเสียงนี้ในยามที่ต้องการความอบอุ่นจากแม่แมว และเวลาที่หิวนม ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดจากสมองสั่งการ ให้เกิดเสียงร้องจากการสั่นของกล้ามเนื้อช่องคอนั่นเอง แมวมักจะทำเสียงนี้ในขณะหลับซึ่งคล้ายๆ กับเสียงกรน ครั้งต่อไปหาคุณได้ยินเสียงนี้อีกคุณลองถามเค้าสิว่า เค้าต้องการอะไร

                 2.  
ทำไมแมวจึงรักที่จะนอน "แมวขี้เซา" เป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ พวกเค้าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับอย่างน้อย 17 ชั่วโมง ต่อวัน ซึ่งเป็น ลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากแมวป่า ที่มักจะไม่ชอบออกล่าเหยื่อ หรือหาอาหารสักเท่าไหร่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแมวชอบที่จะนอนมากกว่า เจ้าแมวนอนหวดเอ๋ย

                 3.  
ทำไมแมวจึงชอบที่จะข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน พฤติกรรมการข่วนของแมวนั้น เกิดจากเหตุผลหลายอย่าง ประเด็นแรกนั้นการข่วนเป็นการฝนเล็บให้สวยงาม และแมวก็มีความสุขที่ได้ทำเช่นนั้น อีกทั้งพฤติกรรมนี้ยังเป็นการสร้างอาณาเขตของตัวเอง เพื่อป้องกันผู้บุกรุก แมวมักจะข่วนเป็นแนวตรงกับเสาหรือต้นไม้ ดังนั้น เราจึงควรจัดเตรียมที่ไว้ให้เป็นสัดส่วน สำหรับการฝนเล็บของแมว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปที่อื่น ถ้าย้ายไปละฮึ่ม....จะข่วนไม่ให้เหลือ....

                 4.  
ทำไมแมวจึงชอบนอนหงายแล้วกลิ้งไปมา หลายคนมีความคิดที่ผิดว่าการที่แมวนอนไถหลังกับพื้น เป็นการแสดงพฤติกรรมที่ต้องการกำจัดหมัด ออกจากร่างกาย ในความจริงแล้ว อาการเช่นนี้แสดงออกถึงความไว้วางในในตัวคุณ เป็นการแสดงอาการยอมรับคุณ หรือทักทายคุณ ครั้งหน้าหาคุณพบว่าแมวทำท่าเกลือกกลิ้งต่อหน้าคุณ ให้คุณรู้ว่า เค้าอยากให้คุณแสดงความเป็นมิตรต่อเค้าด้วยการลูบท้อง

                 5.  
ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา แมวมีต่อมกลิ่นทั่วร่างกายเช่น ริมฝีปาก, สีข้าง, หน้าผาก, หาง เป็นต้น กลิ่นจะกระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลีย การแสดงอาการเช่นนี้ของแมวบ่งถึงความต้องการที่จะแสดงความเป็นเจ้าของคุณ หากแมวแสดงพฤติกรรมเช่นนี้กับคุณแล้ว จงภูมิใจได้ว่าเค้ารักคุณ

                 6.  
ทำไมแมวจึงต้องใช้ถาดทรายแมว เพราะแมวมักจะถ่ายบนถาดทรายเสมอ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ดี โดยเป็นสัญชาติญาณในการดำรงชีวิตในป่า เนื่องจากในป่า แมวจะมีพฤติกรรมหลบซ่อนศัตรูที่ไม่ให้ใครพบเห็น ถือเป็นพฤติกรรมที่ถ่ายทอดกันมาอย่าง ยาวนาน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมแมวจึงต้องการถาดทรายไว้หลบซ่อนของเสีย อันเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมนี้

                 7.  
ทำไมแมวจึงชอบเลียขน การเลียสามารถกำจัดเศษขนที่หลุดล่วงและสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการเจริญใหม่ของชั้นผิวหนังและขน ยิ่งกว่านั้นน้ำลายของแมวยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของเค้าด้วย ลูกแมวจะรู้จักการเลียขนตั้งแต่แรกเกิดโดยมีแม่แมวเป็นผู้จัดการสอนเลียขนให้

                           "
คุณควรตระหนักเสมอว่าแมวมีวิวัฒนาการธรรมชาติมาจากสัตว์ป่า ซึ่งอุปนิสัยเหล่านั้นยังคงอยู่ในร่างกายและจิตใจของแมวจวบจน ทุกวันนี้ คุณจึงควรให้ความรักและเข้าใจแมวของคุณ ร้องเรียกเหมียว... เหมียว... เดี๋ยวก็มา"

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

นกกรงหัวจุก


ลักษณะนกกรงหัวจุกที่เป็นมงคล

นกกรงหัวจุกในวงการผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกนั้น มักจะพูดกันว่า ถ้านกมีลักษณะที่ดี ก็จะร้องเสียงดี ซึ่งทำให้ทุกคน ยึดคำพูดนี้กัน เวลาเลือกนกกรงหัวจุก ที่จะมาเลี้ยงเพื่อการแข่งขัน โดยลักษณะนกกรงหัวจุก ที่เป็นมงคล มีอยู่ 12 ประการ ดังนี้
1. ส่วนของใบหน้า ใหญ่ รูปโครงสร้าง ใบหน้า ดูเหมือนสิงโต
2. หงอน จุกบนหัว ใหญ่ โคนจุกขนดก หนา ยาว ตั้งตรง ปลายแหลม ขนเรียบ ลู่ในแนวเดียวกัน ดำสนิท ปลาย โน้มเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย (ถ้าเป็นไก่ เรียกว่า หงอน นก เรียกว่า จุก)
3. นัยน์ตา ดุ หรือ หวาน คม ใส ไวต่อสิ่งสัมผัส ทั้งภายนอก ภายใน
4. สันปาก ใหญ่ หนา คมปาก ประกบกันสนิท  คล้ายสันปากนกเหยี่ยว หรือ นกอินทรี (จะงอยปาก ไม่งุ้มลงมาก เหมือนนกเหยี่ยว)
5. สีแต้มแดงที่หู หรือ หูแดงเข้ม ถึงเข้มมาก
6. สีแก้มขาวชัด ขนขึ้นดกหนาใหญ่ ขาวสะอาด หนวดดำ เส้นเล็ก ตัดหว่างสีแก้ม กับเคราใต้คาง
7. คอใหญ่ ขนเครา ขึ้นดกหนาฟูใหญ่ สร้อยคอดำสนิท หรือ ภาษานก เรียกว่า หมึกดำ หมึกดำสนิท ขนขึ้นดกหนา ใหญ่ ย้อยลงถึงข้างล่าง ถึงจรดก้น
8. โครงสร้างสัดส่วน ยาวใหญ่ สันทัด หน้าอกนูนใหญ่ ลักษณะจับดู หรือ มองดูด้วยตาเปล่า สง่า องอาจ
9. สีบัวใต้หางชัด สีแดงออกส้มๆ หรือ สีแสด บานถึงบานใหญ่
10. หางพัดยาว ปลายหางไม่แตก หางขาวดำ หรือ หางดำป้ายขาว 8 หาง หางดำปรอด 4 หาง รวมเป็น 12 หาง หางยาว หางไม่แตก เวลายืนด้วยอาการปกติ ปลายหางซ้อนกันในแนวเดียว
11. ลีลาท่ายืน เดิน สง่า สองขาจับมั่น ดูองอาจ สง่างาม เป็นนกใจเดียว เวลาสู้ สู้ไม่ถอย
12. เสียง นกดำน้ำเสียงดี เสียงดังฟังชัด จะเป็นนกเสียงเล็ก เสียงกลาง เสียงใหญ่ ได้ทั้งนั้น (เสียงไม่แหบพร่า) เหมาะเป็นนก พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์
ที่มา : คู่มือนักเพาะ – นักเลี้ยง – นักเล่น นกกรงหัวจุก

กรงที่ใช้เลี้ยงนกกรงหัวจุก

นกกรงหัวจุกกรงที่ใช้เลี้ยงนกกรงหัวจุก
กรงของนกกรงหัวจุก มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ได้แก่ กรงรวม เป็นกรงขนาดใหญ่ สำหรับพักนกที่จับมาขาย  หรือ เป็นกรงสำหรับ ให้นกบินออกกำลังกาย , กรงเลี้ยงแบบธรรมดา , กรงให้นกผลัดขน , และ กรงที่นำไปแข่ง
ส่วนภายในกรง ก็ต้องมีวัสดุอุปกรณ์ ใส่ไว้ด้วย ได้แก่ ถ้วยใส่น้ำ ถ้วยใส่อาหาร ที่รองถ้วยน้ำ ที่รองถ้วยอาหาร ห่วงกลม สำหรับให้นกกระโดดเกาะ ตะขอ แขวนผักผลไม้ ใช้ติดในกรงนก 2 อันต่อ 1 กรง คอนเกาะ ถาดรองขี้นก หัวกรง ตะขอแขวนกรง ตุ้มขากรง ขันสำหรับให้นกอาบน้ำในกรง และนอกจากนี้ จำเป็นจะต้องมีผ้าคลุมกรงนก เพื่อไม่ให้นกตกใจ ต่อสิ่งรอบข้างที่แปลกใหม่ ป้องกันไม่ให้ลมโกรกถูกตัวนก หรือ ป้องกันไม่ให้ศัตรูมาทำร้าย
กรงนกกรงหัวจุก มีหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น กรงแบบปัตตานี กรงแบบนราธิวาส กรงแบบนครศรีธรรมราช กรงแบบสิงค์โปร์ กรงทรงกลมแบบถังเบียร์ กรงแบบสุ่มไก่ กรงแบบทรงหกเหลี่ยม กรงแบบสี่เหลี่ยม กรงแบบทรงสี่เหลี่ยมธรรมดา กรงแบบทรงสี่เหลี่ยมดัดแปลง กรงแบบโดมมัสยิด ซึ่งปัจจุบัน ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก ได้หันมาเล่นกรงด้วย เพราะอยากจะให้นกของตัวเอง อยู่ในกรงที่ดี รูปทรงสวย อีกทั้งเป็นหน้าเป็นตา ของเจ้าของนก และ เสมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ ประดับบ้านอีกด้วย โดยราคากรงของนกกรงหัวจุก นั้นมีราคาตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก

นกกรงหัวจุกวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก
การเลี้ยงนกกรงหัวจุก จำเป็นต้องมีวัสดุอุปกรณ์ ในการเลี้ยง เหมือนกับนกอื่นๆ ทั่วไปด้วย เพื่อให้นกกรงหัวจุก ได้รับอาหาร น้ำ และ ความสะดวก สบาย เมื่ออยู่ในกรง โดยวัสดุ อุปกรณ์ จะประกอบด้วย
1. กรง จะมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โดยจะแบ่งเป็นกรงรวม จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า กรงอื่น เพราะจะเป็นกรง ที่ใช้สำหรับพักนก หรือ สำหรับ ให้นกบินออกกำลังกาย กรงเลี้ยงธรรมดา จะมีหลายรูปแบบ และกำลังเป็นที่นิยม ในการสะสม ของนักเลี้ยงด้วย ซึ่งบางกรง อาจจะมีราคาถูก หรือ แพง ขึ้นอยู่กับแบบกรง สำหรับให้นกผลัดขน และ กรงสำหรับนำนกไปสนามแข่งขัน
2. ถ้วยน้ำ ส่วนมากจะมีลักษณะเป็นทรงกลม คล้ายตุ่มน้ำเล็กๆ ซึ่งก็จะมี หลากหลายรูปแบบ และ ลวดลาย
3. ถ้วยอาหาร จะมีลักษณะเหมือนกับถ้วยน้ำ ซึ่งส่วนมาก นักเลี้ยง มักจะซื้อมาเป็นลวดลายเดียวกัน และ ให้เข้ากับกรง เพื่อความสวยงาม
4. ที่รองถ้วยน้ำ ถ้วยอาหาร จะเอาไว้สำหรับใส่ถ้วยน้ำ ถ้วยอาหาร แขวนไว้ในกรง ซึ่งจะมีหลายแบบด้วยกัน
5. ห่วงกลม จะมีลักษณะเป็นวงกลม ใส่ไว้เพื่อให้นกได้เกาะ ซึ่งมักจะติดไว้เหนือถ้วยน้ำ และถ้วยอาหาร


นกกรงหัวจุกลักษณะนกกรงหัวจุกที่ดี มีแววแข่งได้
ลักษณะนกกรงหัวจุกที่ดี มีแวว ไม่มีกฏตายตัว เห็นมานักต่อนักแล้ว สวยแต่รูป จูบไม่หอม ก็มีให้เห็นเยอะแยะ หากจะดูนกกรงหัวจุก มีแววแล้ว ลักษณะเบื้องต้น จุก ต้องได้ส่วนกับรูปหน้า หน้าใหญ่ ท้ายทอยโหนกๆ เคราเยอะๆ หางสั้นๆ ตัวไม่จำเป็นต้องใหญ่ ขอให้ได้ส่วน หางรวบเป็นเส้นเดี่ยว ในเวลากระโดดและเกาะคอนหรือ ห่วง ตัว ตั้งแต่ปลายจุก ไปถึงหางโค้ง เป็นรูปวงพระจันทร์ มีน้ำเสียงห้าวๆ
นี่เป็นเคล็ดลับในการพิจารณาตัวนกกรงหัวจุก ที่มีแววเอาลงแข่ง ถือเป็นทัศนะส่วนตัว ก็แล้วกัน นกกรงหัวจุก ที่พร้อมจะแข่ง พี่เลี้ยงนกมา จะเข้าใจนกของตนเองได้ดี เพราะเลี้ยงมากับมือ จนเข้าไปอยู่ในใจของมันได้ เพราะนกกรงหัวจุกแต่ละตัว ลักษณะนิสัย แตกต่างกันออกไป แต่ในส่วนลึก ก็ลองพิจารณา ดังต่อไปนี้
1. ข้อนี้สำคัญ น้ำขนมันวาว สีเข้มปลายขน กลมมน ไม่แตกปลาย ทั้งขนหลังปีก และ ขนตัว เรียงเป็นระเบียบ ไม่แตกแถว
2. แววตาสดใส โดดเล่น หรือ มีกิจกรรมทำของมันทั้งวันในกรง ไม่นอนขนพอง
3. อาการคึกคักบางตัว เปิดผ้าคลุมตอนเช้าๆ ยังไม่ทันเอาอาหารเปลี่ยนใส่ให้ใหม่ มันก็ปล่อยออกมาเต็มๆ เสียง พอย้ายไปแขวนที่ประจำ ก็ริกหาเจ้าของเป็นพัลวัน

การฝึกสอนนกกรงหัวจุก

นกกรงหัวจุกการฝึกสอนนกกรงหัวจุก ให้ร้องเพลงอย่างถูกวิธี
การฝึกสอนนกกรงหัวจุก ให้ร้องเป็นเพลง  เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สำหรับผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก เพราะเป็นหัวใจที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ ต้องการให้นกกรงหัวจุก ร้องได้เป็นเพลง ตามที่ผู้เลี้ยงต้องการ  เพื่อจะได้นำนกกรงหัวจุก ไปเข้าแข่งขันเสียง ให้ได้รับชัยชนะกลับมา และนกที่ได้รับรางวัล ก็จะเป็นนกที่มีคุณค่า และมีราคา เป็นที่ชื่นชอบ ของผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก ทั่วไป การที่นกกรงหัวจุก จะร้องได้ดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ
1. ตัวของนกกรงหัวจุกเอง 50% ว่าตัวนกมีความพร้อมหรือไม่ ในด้านร่างกาย สมบูรณ์ แข็งแรง มีจิตใจเบิกบาน และ ร่าเริง อารมณ์แจ่มใส
2. การฝึกสอนนก อย่างมีเทคนิค และวิธีการต่างๆ 50%
สำหรับการฝึกสอนนกกรงหัวจุก จากการเลี้ยง และ จากการไปคลุกคลี กับผู้เลี้ยงนก แต่ละคน ก็มีเทคนิค และวิธีการต่างๆ กัน ดังนี้
1. ให้นำนกกรงหัวจุกไปแขวนไว้ที่หน้าบ้าน หรือ ร้านขายน้ำชา กาแฟ ในตอนเช้า โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อฝึกนก ไม่ให้ตื่นและกลัว นกกรงหัวจุก จะได้คุ้นเคย กับคนแปลกหน้า หรือ เสียงพูดคุยกัน เสียงรถต่างๆ ที่ผ่านไปมา บนถนน เพราะโดยปกติแล้ว นกทุกชนิด มีสัญชาตญาณ ในการระแวง ถ้าหากไม่ฝึกให้คุ้นเคย และเวลาส่งนกกรงหัวจุก เข้าประกวดในสนามแข่งขัน ก็จะพบคนแปลกหน้า และมีเสียงรถ เสียงคนพูดคุยกัน เสียงคนเชียร์นก เวลากรรมการตัดสิน จะทำให้นกมีความเคยชิน ไม่มีการตื่นเต้น ตกใจ

ลักษณะเฉพาะของนกกรงหัวจุก

nokkronghuajuck2นกกรงหัวจุก มีชื่อเรียกทางการว่า นกปรอดหัวโขนเคราแดง หรือ นกพิซหลิว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus Jocosus เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทนกที่เพาะพันธุ์ได้ ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535
วงศ์นกปรอด (Family Pycnonotidae) มีอยู่มากมายหลายชนิด
นกวงศ์นี้ มีถิ่นอาศัญอยู่ในแถบเอเชีย ในกลุ่มประเทศเมืองร้อน ที่มีอุณหภูมิร้อนชื้นสูง เช่น ประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว พม่า กัมพูชา และ ไทย ซึ่งจะพบเป็นนกเหล่านี้ ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะ นกปรอดหัวโขนเคราแดง
1. นกปรอดหัวโขนเคราแดง
บ้างก็เรียกว่า ปรอดหัวโขนแก้มแดง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Red whiskered Bulbul ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Pycnonotus Jocosus ได้ชื่อตามลักษณะของตัวนกเอง เป็นต้นว่า หัวโขน หมายถึง บนหัวมีขนยาวเป็นจุก เหมือนการสวมหัวโขนเอาไว้ ส่วนที่ว่าเคราแดง ไม่น่าจะถูกต้อง จริงๆ แล้ว ส่วนที่เป็นสีแดง จะอยู่ใต้ดวงตา นิยมเรียกว่า หูแดง หรือ แก้มแดง นกชนิดนี้ มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่น อยู่มากมาย เช่น ภาคใต้ เรียกว่า นกกรงหัวจุก ภาคเหนือ เรียกว่า นกปริ๊ดจะหลิว หรือ พิชหลิว ส่วนภาคกลาง เรียกว่านกปรอดหัวจุก หรือ นกหรอดหัวโขน เป็นนกที่น่าดู ใครๆ ก็ชอบ อาศัยอยู่ตามป่าไร่

ประวัตินกกรงหัวจุก

ณ ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า นกกรงหัวจุก มีกลุ่มผู้นิยม เพิ่มมากขึ้น เป็นจำนวนมาก ทำให้ ณ เวลานี้ ตลาดนกกรงหัวจุก มีมูลค่าเม็ดเงิน หลายสิบล้านบาท ยิ่งใครมีนกสวยและเก่ง แข่งชนะเลิศ เท่ากับมีเพชรเม็ดงาม เจิดจรัสแสงอยู่ในมือ ย่อมเป็นที่หมายปอง ของนักเลงนกและเซียนนก ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ นกกรงหัวจุก กลายเป็นแหล่งทำรายได้ และ หลายต่อหลายคน ต่างก็สนใจ ที่จะเข้ามาเล่น มาเลี้ยง และ หลงเสน่ห์ เสียงทอง อันไพเราะ และ สีสัน ที่สวยงาม ของ นกกรงหัวจุก นั้นเอง
nokkronghuajuck
ตามประวัติแล้ว นกกรงหัวจุก มีถิ่นอาศัย อยู่ในประเทศเขตร้อนชื้นสูง มักพบได้ตามประเทศในโซนเอเซีย คือ ประเทศอินเดียตอนใต้ ประเทศมาเลเซีย ประเทศจีน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศลาวตอนใต้ เขตติดกับไทย แถบจังหวัดเลย และจังหวัดหนองคาย ประเทศกัมพูชา และประเทศไทย สำหรับประเทศไทย มักพบนกชนิดนี้ ได้ทุกภาค ตั้งแต่ภาคเหนือ จนถึง ภาคใต้
นกกรงหัวจุก นี้จะเป็นนกที่มีชื่อเสียงดี ในการแข่งขัน การประกวด ประชันเสียง กว่านกอื่นๆ เนื่องจากเป็นนกที่มีเสียงอันไพเราะ และมีเพลงเสียงร้อง ที่หลากหลาย เสียงเพลง กว่านกอื่นๆ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยง ว่าผู้เลี้ยงจะดูแล เอาใจใส่ นกกรงหัวจุก ได้ดีมากน้อย เพียงใด หรือ ที่เรียกว่า มือน้ำเลี้ยงนั้นเอง
นกกรงหัวจุก ที่นำมาแข่งขันประชันเสียง กันนั้น มีตำนานเล่าสืบต่อกันมา และมีหนังสือบางเล่ม ได้เขียนเอาไว้ว่า ชนชาติแรก ที่นำนกกรงหัวจุก มาเลี้ยง คือ ชาวจีน เมื่อประมาณ พ.ศ.2410 คนจีน ได้นำ นกกรงหัวจุก มาเลี้ยงแทน นกโรบิ้น ที่คนจีนส่วนใหญ่ นิยมนำมาใส่กรง พาเดินไปตามถนน หรือ นั่งร้านกาแฟ  หรือ ไปหาเพื่อนๆ ที่รู้ใจ และเลี้ยงนกเหมือนกัน และ เจ้านกโรบิ้น มักจะเป็นนกที่ตกใจง่าย และ ตื่นคน บางครั้ง ตกใจมาก จนถึงขั้นช๊อคตายคากรง ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้ ชาวจีน หันมาเลี้ยงนกปรอทหัวจุก หรือ นกกรงหัวจุก

บริษัท Apple Computer Inc.


บริษัท Apple Computer Inc. ได้เกิดขึ้นจากการร่วมกันก่อตั้งของ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก[1] ทำการปฏิวัติธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 โดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขาย ในชื่อ Apple I[2][3] ที่ราคาจำหน่าย 666.66 เหรียญ[4][5][6][7][8] ในจำนวนและระยะเวลาจำกัด ภายในปีถัดมาก็ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดให้กับบริษัท ณ ขณะนั้นคือ Apple II ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด (อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทจะมุ่งเน้นการขายระบบปฏิบัติการมากกว่าที่จะขายผลิตภัณฑ์ไมโครคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากบริษัท Intel และ IBM ทำงานได้ดีกว่า)
Apple Inc. เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ทำธุรกิจหลายแขนง ทั้งด้านอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์สำหรับผู้ บริโภค, ซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยมีผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Macintosh ซึ่งมีหลายรุ่นด้วยกัน, iPhone, iPod และ iPad โดยซอฟต์แวร์ที่ Apple พัฒนานั้น มี Mac OS X อันเป็นซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ดีที่สุด, iTunes ที่ใช้เล่นสื่อต่างๆไม่ว่า จะเป็นเพลง, รายการทีวี, ภาพยนตร์ และล่าสุดจะรวมไปถึงในส่วนของหนังสือ ที่ใช้ร่วมกับ iPad, นอกจากนี้ ยังมี iLife อันเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างและจัดการสื่อหลายๆประเภท เช่น เพลง ภาพยนตร์ รูปภาพ เว็บไซต์ และ iWork ที่ใช้ในการทำงานเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรีเซนเทชั่น, สื่อพิมพ์ และ ชาร์ต ตารางตัวเลข, Aperture ที่ใช้แต่งภาพและจัดการไฟล์รูปภาพในระดับมืออาชีพ, Final Cut Studio ที่ใช้ตัดต่อไฟล์งานวิดีโอในสตูดิโอชั้นนำทั่วโลก, Logic Studio ที่ใช้ในการทำเพลงอย่างแพร่หลายในสตูดิโอชั้นนำเช่นกัน
และล่าสุดได้มีการเปิดตัว iOS อันเป็นระบบปฏิบัติการที่ย่อส่วนมาจาก MAC OS X เพื่อนำ